• banner

เช็กสัญญาณเตือน! โรคริดสีดวงทวาร รู้ไว รักษาได้

“เช็กตัวเองด่วน! พฤติกรรมเสี่ยงริดสีดวงทวาร...นั่งนาน ถ่ายยาก เบ่งแรง ดื่มน้ำน้อย คุณเข้าข่ายหรือไม่?
ปรับพฤติกรรมก่อนสาย ดูแลลำไส้ให้ดี ลดความเสี่ยงริดสีดวงได้ 


ริดสีดวงทวารเป็นอวัยวะหรือโครงสร้างที่มีในทุกๆ คนตั้งแต่เกิดนะครับ แต่ส่วนใหญ่จะไม่มีอาการ มีประโยชน์อยู่ 2 อย่างหลักๆ คือ
  • ช่วยในการกลั้นอุจจาระให้สนิท  
  • ช่วยหุ้มกล้ามเนื้อหูรูดเพื่อลดโอกาสบาดเจ็บให้น้อยลง

การที่เราจะวินิจฉัยว่าเป็นโรคริดสีดวงทวาร จะต้องมีอาการครับ คือ ส่วนใหญ่จะเริ่มจากมีเลือดออกมาก่อน ถ่ายแล้วมีเลือดสดๆ ออกมา ก็จะมีอาการเจ็บได้ มีก้อนออกมาได้ มีอาการคันได้ครับ ถ้ามีอาการแบบนี้ ก็ให้สงสัยไว้ก่อนว่าอาจจะเป็นริดสีดวงทวาร

คำถาม: ริดสีดวงทวารจะกลายเป็นมะเร็งลำไส้ได้ไหม?
อาจจะเคยได้ยินว่าเป็นริดสีดวงแล้วกลายมาเป็นมะเร็งลำไส้หรือเปล่า โดยหลักการแล้ว ไม่ได้เกี่ยวกันโดยตรงครับ แต่ว่าอาการจะคล้ายๆ กันได้ แล้วก็มักจะปักใจว่าเป็นริดสีดวงแต่แท้ที่จริงว่ามีโรคร้ายอื่นซ่อนอยู่ครับ

คำถาม: โรคริดสีดวงทวารพบตอนอายุเท่าไร?
ซึ่งโรคริดสีดวงมักพบได้ทั่วไป จะเริ่มตั้งแต่อายุ 30 ปีขึ้นไป ถ้าเด็กเล็กๆ หรือวัยรุ่นก็มักจะไม่พบโรคริดสีดวงทวารครับ ต้องใช้เวลานิดหนึ่งถึงจะเป็นครับ

คำถาม: สาเหตุโรคริดสีดวงทวาร?

สาเหตุจริงๆ แล้วส่วนใหญ่มักจะสัมพันธ์กับการเบ่งถ่ายครับ คือ ถ้าเบ่งแรง เบ่งบ่อย ท้องผูก ท้องเสีย นั่งห้องน้ำนาน เหมือนลมเป็นแรงโน้มถ่วง นั่งนานๆ ก็มีโอกาสริดสีดวงจะเลื่อนลงมาหรือว่าบวมได้ ปัจจุบันคนชอบเอาโทรศัพท์ไปเล่นในห้องน้ำ แทนที่จะนั่งสัก 5 นาที ก็กลายเป็นครึ่งชั่วโมง ซึ่งตรงนี้เพิ่มโอกาสเสี่ยงให้เป็นริดสีดวงมากขึ้นครับ

พฤติกรรมเสี่ยง?
ปัจจัยเสี่ยงหรือพฤติกรรมที่จะทำให้มีโอกาสเป็นริดสีดวงเพิ่มขึ้น อย่างแรก คือ เรื่องอาหารการกินก่อนนะครับ จริงๆ แล้วอาจไม่ได้เกี่ยวกันโดยตรง แต่มันจะเกี่ยวเฉพาะกับอาหารที่จะกระทบกับการขับถ่าย เช่น รับประทานผักผลไม้น้อย ก็ทำให้เป็นโรคท้องผูก ดื่มน้ำน้อย อย่างที่สอง คือ การดื่มแอลกอฮอล์มักจะสัมพันธ์กับโรคริดสีดวงเหมือนกันครับ แล้วสุดท้ายก็คือ การรับประทานพวกอาหารสุก ๆ ดิบ ๆ ถ้ามีถ่ายบ่อย ก็เพิ่มโอกาสเป็นริดสีดวงเพิ่มขึ้นครับ

ปัจจัยต่อมา คือ การนั่งห้องน้ำนาน โดยทั่วไปไม่ควรนั่งเกิน 5 - 10 นาทีครับ

ปัจจัยต่อมา คือ การเบ่ง หลักการ คือ เราเบ่งให้พอเท่าไหนเท่านั้น ไม่ต้องให้มันสุด หรือไม่รู้สึกปวดถ่าย ก็อย่าพยายามไปนั่งเบ่งครับ  โดยหลักการถ้าอุจจาระมันยังลงมาไม่ถึงตำแหน่งที่เรารู้สึกปวดถ่าย ถ้าเราไปเบ่งก็มีโอกาสเป็นริดสีดวงสูง เบ่งยังไงมันก็ไม่ออกครับ มันต้องลงมาก่อน เราถึงจะเบ่งถ่ายนะครับ ถ้าเราลดปัจจัยเสี่ยงเหล่านี้ โอกาสเป็นโรคริดสีดวงก็จะน้อยลง

สุดท้าย คือ การทำความสะอาดหลังถ่ายครับ การใช้น้ำล้างดีที่สุดครับ การใช้กระดาษทิชชูแห้ง ๆ มาเช็ด โอกาสจะมีปัญหาจะเยอะขึ้นครับ

การตรวจริดสีดวงทวาร?

มีหลายคนเลยที่กังวลหรือกลัวในการที่จะเข้ามาตรวจริดสีดวง ปัจจัยแรก คือ เวลาตรวจจะมีผ้าปิดมิดชิด แล้วก็มีผู้ช่วยเป็นผู้หญิงคอยดูแลช่วยเหลือเราอยู่ตลอดเวลาครับ เราคงกลัวเรื่องเจ็บด้วย ถ้าตรวจกับหมอเฉพาะทางจริง ๆ อย่างหมอจะรู้ว่าอย่างนี้เจ็บแน่ ๆ ควรจะดูอย่างเดียว หรือใช้แค่นิ้วตรวจนิดหน่อย ไม่จำเป็นต้องเอากล้องใส่เข้าไป ซึ่งจะทำให้เจ็บมากขึ้นนะครับ เพราะฉะนั้นมาตรวจดีกว่าครับ ไม่ต้องกลัวนะครับ

ระยะของโรคริดสีดวงทวาร?
ริดสีดวงจะมีอยู่ 2 ชนิด คือ ภายในกับภายนอก โดยทั่วไปถ้าแบ่งเป็นระยะ 1 2 3 4 จะแบ่งในส่วนของภายในครับ ภายนอกจริงๆ จะไม่แบ่งเป็นระยะ
  • ระยะที่ 1 อาจจะมีเลือดออกเฉย ๆ
  • ระยะที่ 2 มีก้อนยื่นออกมา ไม่จำเป็นต้องใช้นิ้วดันเข้าไป
  • ระยะที่ 3 ต้องเริ่มเอานิ้วดันเข้าไปแล้ว มันจะเข้ายาก
  • ระยะที่ 4 แม้แต่ดันเข้าไปมันก็ออกมาครับ ระยะที่ 4 อาจจะมี 2 แบบ คือ แบบเจ็บกับไม่เจ็บ แต่มันอยู่ข้างนอกตลอด แล้วก้นแฉะ ๆ แล้วมีเลือดออก

การรักษาโรคริดสีดวงทวาร?
ขั้นต้นทุกคนต้องเริ่มจากปรับอาหารการกิน การเบ่งถ่ายให้ถูกต้อง ถูกสุขลักษณะ เพิ่มอาหารพวกที่มีกากใยเยอะอย่างผักผลไม้ครับ ดื่มน้ำให้พอ โดยเฉพาะดื่มน้ำตอนเช้าจะช่วยเรื่องขับถ่ายได้ดีครับ  

ต่อมาถ้าทำอย่างนี้แล้ว ยังไม่ได้ผลอีก ก็เริ่มมีการใช้ยา ซึ่งค่อนข้างปลอดภัยครับ แต่จะช่วยได้ประมาณ 10-20% แล้วแต่กรณีไปครับ

แล้วถ้ายังไม่ดีขึ้น ก็จะมีขั้นตอนต่อไป คือจะมีการฉีดยากับการรัดยาง อันนี้ก็จะเป็นวิธีมาตรฐานที่มีมานานแล้ว ก็จะช่วยได้ระดับหนึ่ง

ซึ่งถ้าฉีดยากับรัดยางไม่ได้ผล ขั้นตอนต่อไปก็จะเป็นการผ่าตัด ซึ่งการผ่าตัดปัจจุบันมีหลายวิธีครับ อย่างแรก คือ ผ่าตัดมาตรฐาน อาจจะแบ่งเป็นผ่าแบบเย็บติดกับแบบเปิด อย่างที่ 2 จะเป็นการใช้เครื่องมือตัดเย็บอัตโนมัติ ซึ่งใช้กันมา 20 ปีแล้วครับ อย่างที่ 3 จะใช้เลเซอร์ สุดท้ายอาจจะเริ่มมีการใช้คลื่นความถี่สูงช่วยทำลายริดสีดวงครับ ซึ่งการรักษาแต่ละชนิด ก็ต้องดูให้เหมาะสมแต่ละกรณีไป ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของแพทย์ครับ

สุดท้ายนะครับ การดูแลป้องกันตัวเองเป็นปัจจัยที่สำคัญที่สุด โรคริดสีดวงก็เช่นกันครับ เริ่มจากการดื่มน้ำให้เพียงพอ รับประทานกากใยเยอะ ๆ อย่างผักผลไม้ที่มีประโยชน์ การออกกำลังกายก็สำคัญ รวมถึงการพักผ่อนนะครับ ทั้งหมดนี้ช่วยรักษาได้ทุกโรค รวมทั้งริดสีดวงด้วยครับ

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
โทร. 0 2265 7777
ศูนย์รักษา: ศูนย์ศัลยกรรม
วัน/เดือน/ปี ที่โพสต์: 26/03/2025

แพทย์ผู้เขียน

นพ. ธีรสันติ์ ตันติเตมิท

img

ความถนัดเฉพาะทาง

ศัลยแพทย์ทางด้านลำไส้ใหญ่และทวารหนัก

ความถนัดเฉพาะทางอื่น

-

ภาษาสื่อสาร

ไทย, อังกฤษ

ติดต่อเรา

โปรแกรมอื่นๆ